Instagram

ทีโอที แถลงผลการดำเนินงาน 2560 ดีกว่าปีก่อน และดีกว่าเป้าหมายที่ประมาณการไว้ พร้อมคาด ปี 2561 จะกลับมามีกำไรสุทธิประมาณ 2,000 ล้านบาท

20 ธันวาคม 2560 | ข่าวประชาสัมพันธ์

 

นายมนต์ชัย หนูสง กรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.ทีโอที พร้อมทีมผู้บริหาร ร่วมแถลงผลการดำเนินงาน ปี 2560 และทิศทางปี 2561 สำหรับผลการดำเนินงาน (ม.ค.–พ.ย. 2560) มีผลการดำเนินงานดีขึ้นกว่าปีก่อนอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้ผลขาดทุนลดลงจากปีก่อนร้อยละ 55 ทั้งนี้ ผลการดำเนินงานของ ทีโอที ปรับตัวดีขึ้น เนื่องจากรายได้ดำเนินงานที่เพิ่มขึ้น และค่าใช้จ่ายดำเนินงานลดลง โดยคาดว่าผลการการดำเนินงานทั้งปี จะดีขึ้นกว่าปีก่อน และดีกว่าเป้าหมายที่กำหนดไว้เนื่องจาก ทีโอที มีการปรับปรุงการบริหารงานของ ทีโอที ในด้านต่าง ๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิผลขององค์กร เพื่อให้ ทีโอที สามารถยืนได้ด้วยตัวเองในระยะยาว และสามารถแข่งขันในธุรกิจอุตสาหกรรมได้ โดยการปรับโครงสร้างการบริหารงานองค์กร แยกความรับผิดชอบเป็นหน่วยธุรกิจต่าง ๆ 5 หน่วยธุรกิจ การทำข้อตกลงกับพันธมิตรทางธุรกิจเพื่อร่วมดำเนินงาน รวมถึงการได้รับโอกาสสนับสนุนนโยบายไทยแลนด์ 4.0 จากรัฐให้เป็นผู้ดำเนินการโครงการขยายโครงข่ายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงทั่วประเทศของรัฐ (โครงการเน็ตประชารัฐ) นอกจากนี้ได้บริหารค่าใช้จ่ายพนักงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยได้จัดทำโครงการเกษียณอายุก่อนกำหนด (Early Retirement) อย่างต่อเนื่อง จึงส่งผลให้ ทีโอที มีรายได้ดำเนินงานเพิ่มขึ้น ต้นทุนการให้บริการ ค่าใช้จ่ายบริหารงานและค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับพนักงานลดลง ทำให้ปี 2560 มีผลการดำเนินงานดีกว่าปีก่อน และดีกว่าเป้าหมายที่ประมาณการไว้

สำหรับผลการดำเนินงานตามแผนงาน ทีโอที ได้ดำเนินการปรับแผนแก้ไขปัญหาองค์กรประจำปี 2560 ให้สอดคล้องกับนโยบายของ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และมติคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ โดยมีผลการดำเนินงานตามแผนฯ ดังนี้

1) โครงการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคมเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งเป็นโครงการฯ ที่กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม มอบหมายให้ ทีโอที ทำการแทน ในการขยายโครงข่ายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงผ่านสื่อสัญญาณสายเคเบิลใยแก้วนำแสง (FTTx) ไปยังหมู่บ้านทั่วประเทศที่ไม่มีอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงจำนวน 24,7000 หมู่บ้านภายในเดือนธันวาคม 2560 แบ่งเป็นภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 13,468 หมู่บ้าน ภาคเหนือ 4,416 หมู่บ้าน ภาคใต้ 3,097 หมู่บ้าน ภาคกลาง 2,084 หมู่บ้าน ภาคตะวันออก 1,554 หมู่บ้าน และกรุงเทพฯ และปริมณฑล 81 หมู่บ้าน โดย ณ 20 ธันวาคม 2560 ทีโอที ได้ดำเนินการติดตั้งอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงผ่านเคเบิลใยแก้วนำแสงครบทั้ง 24,700 หมู่บ้าน ซึ่งสามารถดำเนินการได้เป็นไปตามเป้าหมายทั้งจำนวนการติดตั้งและภายในระยะเวลาที่รัฐบาลกำหนด อันเกิดจากความทุ่มเทร่วมแรงร่วมใจของพนักงาน ทีโอที ทั่วประเทศ

2) พันธมิตรธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่ 2100 MHz และบริการบรอดแบนด์ไร้สาย 2300 MHz ทีโอที มีรายได้เดือนละประมาณ 325 ล้านบาท จากลงนามสัญญาทดสอบการใช้บริการข้ามโครงข่ายเชิงพาณิชย์ธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่ระบบ 2100 MHz ระหว่าง ทีโอที กับ บริษัท แอดวานซ์ไวร์เลสเน็ทเวอร์ค จำกัด โดยเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2560 อัยการสูงสุดได้ตรวจพิจารณาร่างสัญญาหลักทั้ง 2 ฉบับเสร็จแล้ว และปัจจุบันอยู่ระหว่างดำเนินกระบวนการเพื่อลงนามในสัญญาหลัก โดยแผนให้บริการบรอดแบนด์ไร้สาย 2300 MHz อยู่ระหว่างรอความเห็น/ข้อสังเกตในประเด็นของร่างสัญญาฯ จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

3) ความคืบหน้าบริษัทโครงข่ายบรอดแบนด์แห่งชาติ จำกัด (NBN Co.) ทีโอที ได้จดทะเบียนจัดตั้งบริษัท NBN 22 สิงหาคม 2560 เมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน 2560 โดยบริษัท NBN ได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการจาก กสทช. เมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน 2560 สำหรับการโอนย้ายทรัพย์สินและพนักงาน ขณะนี้ ทีโอที อยู่ระหว่างปรับปรุงแผนการดำเนินงาน การโอนย้ายทรัพย์สินและพนักงาน สำหรับแผนการดำเนินงานประเมินมูลค่าทรัพย์สินของ ทีโอที และ กสท.โทรคมนาคม เพื่อการจัดตั้งบริษัท NBN อยู่ระหว่างการตรวจสอบความถูกต้องของผลการศึกษา โดยคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ ครั้งที่ 4/2560 เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2560 มีมติให้ ทีโอที และ กสท. โทรคมนาคม ดำเนินการโอนทรัพย์สินไปบริษัท NBN และ NGDC ให้แล้วเสร็จภายใน มีนาคม 2561

4) แผนจัดตั้ง Service Co. อยู่ระหว่างการศึกษาแนวทางจัดตั้ง Service Co ทั้งนี้การจัดตั้งบริษัทจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน โดย ทีโอที จะปรับรูปแบบการดำเนินธุรกิจ เพื่อให้มีความคล่องตัวต่อการเปลี่ยนแปลงตามกลไกของตลาด

ในส่วนของทิศทางการดำเนินงานในปี 2561 จากการประมาณ ทีโอที คาดว่าจะกลับมามีกำไรสุทธิประมาณ 2,000 ล้านบาท เนื่องจากการดำเนินงานตามแผนยุทธศาสตร์/แผนธุรกิจ พ.ศ. 2561-2565 โดยคาดว่า ทีโอที มี EBITDA ประมาณ 11,600 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2560 ประมาณ 3,000 ล้านบาท ทั้งนี้ รายได้ที่เพิ่มขึ้นคาดว่าจะเป็นรายได้จากพันธมิตร รวมถึง ทีโอที ได้เร่งผลักดันผลประกอบการขององค์กรให้เป็นไปตามเป้าหมาย เพื่อให้มีสภาพคล่องและฐานะการเงินที่เข้มแข็งมากขึ้น และสามารถเติบโตอย่างยั่งยืน สอดคล้องกับแผนพัฒนาองค์กรระยะยาว 10 ปี พ.ศ. 2561-2570 และแผนยุทธศาสตร์ พ.ศ. 2561-2565 ดังนี้

- การใช้ประโยชน์จากทรัพยากรที่มีอยู่ รวมถึงการใช้คลื่นความถี่ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด โดยการพัฒนาธุรกิจในการให้บริการบรอดแบนด์ประจำที่ทางสายผ่านเคเบิ้ลใยแก้วน้ำแสง และบริการไร้สายบนคลื่นความถี่ 2100 MHz และ 2300 MHz ซึ่ง ทีโอที ดำเนินการเอง (Upside)

- สร้างมูลค่าเพิ่มจากบริการ Cyber Security และต่อยอดเพื่อให้บริการแอปลิเคชั่น (Application Service) บนโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคมเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ (เน็ตประชารัฐ) รวมทั้งบริการเพื่อสังคมอย่างทั่วถึง

- การนำทรัพย์สินที่มีอยู่มาพัฒนาและใช้ให้เกิดประโยชน์ และลดการลงทุนซ้ำซ้อนของประเทศ ทั้งการให้บริการท่อร้อยสาย ซึ่ง ทีโอที มีความได้เปรียบในโครงข่ายท่อร้อยสายครอบคลุมทุกพื้นที่ รวมถึงความชำนาญด้านบุคลากรในการให้บริการ และการสร้างรายได้เพิ่มจากที่ดินและอาคารที่มีศักยภาพ เช่น คลองเตย และที่ดินที่ได้ไถ่ถอนจากกรมสรรพกร 3 แปลง คือ ศาลาธรรมสพน์ ตลิ่งชัน ชุมสายประเวศ โดย ทีโอที จะพิจารณาความเหมาะสมศักยภาพ และความเป็นไปได้ในการพัฒนา ให้สอดคล้องกับธุรกิจในอนาคต

- ที่สำคัญปี 2561 ทีโอที ได้เพิ่มศักยภาพและความสามารถในการแข่งขัน โดยมุ่งเน้นให้แต่ละหน่วยธุรกิจ (BU) บริหารจัดการและปรับเปลี่ยนกระบวนการทำงานเพื่อให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น และมีต้นทุนการดำเนินงานที่ต่ำลง เพื่อให้สามารถแข่งขันในตลาดได้ โดยเฉพาะการปรับเปลี่ยนโครงสร้างต้นทุนบริการบรอดแบนด์ ซึ่งเป็นผลจากการจัดตั้ง NBN Co และ Service Co และยกเลิกโครงข่าย PSTN บริการโทรศัพท์ประจำ ซึ่งเป็นข่ายสายทองแดง และอุปกรณ์ชุมสาย Stored Program Control (SPC) ซึ่งส่วนใหญ่มีอายุการใช้งานเกินกว่า 25 ปี และปัจจุบันบริษัทผู้ผลิตได้ยกเลิกการผลิตแล้ว รวมถึงในหลายประเทศได้กำหนดที่จะทำการยกเลิกการใช้โครงข่าย PSTN

- นอกจากนี้ ทีโอที ได้เพิ่มความเข้มข้นในการทำตลาดผ่าน Digital Marketing และ Social Media ให้มากขึ้นตามพฤติกรรมของผู้บริโภคในปัจจุบันที่หันมาใช้สื่อออนไลน์ ทั้งในด้านการค้นหาข้อมูลสินค้าบริการ และการช็อปปิ้งออนไลน์เพิ่มมากขึ้น ซึ่งลูกค้าผู้ใช้บริการจะสามารถเข้าถึงบริการของ ทีโอที ได้ทุกที่ทุกเวลาตลอด 24 ชม. รวมถึงการพัฒนาระบบการชำระค่าบริการผ่าน QR Code โดยการติดตั้งและลงทะเบียนใช้งานแอพพลิเคชั่น TOT easy life คลิกเลือกเมนู “สแกนเพื่อจ่ายบิล”บนใบแจ้งค่าใช้บริการ จากนั้นจะเข้าสู่ระบบ TOT e-service ซึ่งสามารถเลือกวิธีชำระค่าใช้บริการผ่านบัตรเครดิต บัตรเดบิต และบัญชีเงินฝากธนาคารได้ตามการใช้งาน

- สำหรับปี 2561 ทีโอที ได้ปรับวิสัยทัศน์ขององค์กรสู่การเป็น “ผู้ให้บริการโทรคมนาคมและดิจิทัลชั้นนำของประเทศ” โดยมีค่านิยม (IOT) ที่นำไปสู่วิสัยทัศน์ดังกล่าว คือ I-nnovation สรรค์สร้างนวัตกรรม O-peration Excellence ทำงานมุ่งความเป็นเลิศ และ T-ransparency & Integrity ซื่อสัตย์ โปร่งใส

การแบ่งปันคืนความสุขให้เราเสมอ แชร์หน้านี้ให้เพื่อน
จำนวนผู้เข้าชม : 4095