Instagram
Digital Economy

26 พฤศจิกายน 2558 | Digital Economy

 


ทีโอที ประกาศความพร้อมเพื่อก้าวสู่ Digital Economy

 

Digital Economy เป็นนโยบายเศรษฐกิจสำคัญที่รัฐบาลใช้ในการผลักดันให้เกิดการขับเคลื่อนประเทศ และภาคธุรกิจ บนฐานของเทคโนโลยีดิจิทัล ด้วยการยกระดับระบบเศรษฐกิจพื้นงานเดิม ที่ประกอบด้วยภาคอุตสาหกรรม เกษตรกรรม การเงิน และการบริการ โดยใช้ซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์ รวมทั้งเทคโนโลยีต่างๆ  เชื่อมโยงทุกอย่างเข้าหากัน เพื่อแก้ปัญหาที่กำลังเผชิญอยู่ เช่น ปัญหาการผลิตสินค้าทางการเกษตรเกินความต้องการและไม่ตรงกับความต้องการตลาด ภาวะต้นทุนการผลิตที่สูงกว่าประเทศเพื่อนบ้าน การคุมคามของบริษัทข้ามชาติในภาคธุรกิจการเงินนวัตกรรม และเทคโนโลยีใหม่ๆ รวมถึงภาคการค้าและการส่งออกที่ถดถอยลง เพื่อเพิ่มมูลค่า ลดต้นทุน และแข่งกับเวลาได้ ทั้งนี้ นโยบายเศรษฐกิจดิจิทัลได้มุ่งเน้นการพัฒนาใน 6 ด้าน ได้แก่
 

บทบาท ของ ทีโอที กับ Digital Economy
 
ทีโอที ในฐานะหน่วยงานรัฐวิสาหกิจภายใต้สังกัด กระทรวงไอซีที ประกาศความพร้อมก้าวสู่เศรษฐกิจดิจิทัล ด้วยแนวคิด “Moving Forward to Digital Good Life” รองรับนโยบาย National Broadband และนโยบาย Lifelong Learning เพื่อยกระดับเพิ่มคุณภาพชีวิตคนไทย คุณภาพสังคม และประเทศสู่ดิจิทัล  โดยกำหนดยุทธศาสตร์ ทีโอที ปี 2558 – 2561 ดังนี้
 
 
 
ยุทธศาสตร์ที่ 1

  ปฏิรูปองค์กรเพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน

ยุทธศาสตร์ที่ 2
  เป็นผู้ให้บริการโครงสร้างโทรคมนาคมพื้นฐานของประเทศและสนับสนุนความมั่นคงของประเทศ
ยุทธศาสตร์ที่ 3   เป็นผู้นำในการให้บริการบรอดแบนด์ของประเทศ
ยุทธศาสตร์ที่ 4
  ให้บริการโทรคมนาคมเพื่อสังคมอย่างทั่วถึง ตอบสนองนโยบายภาครัฐ “Digital Economy”
  และรับผิดชอบต่อสังคม
ยุทธศาสตร์ที่ 5   เพิ่มความสามารถในการแข่งขันโทรศัพท์เคลื่อนที่

 

พลเอก สุรพงษ์ สุวรรณอัตถ์ ประธานกรรมการ ทีโอที กล่าวว่า แผนงานระยะเวลา 4 ปี (พ.ศ.2558- 2561) ทีโอที ได้กําหนดทิศทางธุรกิจเพื่อเป็นเครื่องมือของภาครัฐที่สําคัญในการผลักดันและพัฒนาประเทศไปสู่เศรษฐกิจดิจิทัล และสนับสนุนการให้บริการประชาชนอย่างทั่วถึงและสร้างความมั่นคง โดยยุทธศาสตร์แผนงานจะรองรับนโยบายเครือข่ายบรอดแบนด์แห่งชาติ (National Broadband) โครงข่ายสื่อสารความเร็วสูง (ความเร็วไม่น้อยกว่า 2 Mbps) ของประเทศ ซึ่งจะใช้เป็นสาธารณูปโภคพื้นฐาน สำหรับประชาชนทุกคน เพื่อให้ประชาชน ได้ใช้งานอย่างทั่วถึง และเท่าเทียม ในการรับ-ส่ง แลกเปลี่ยนข้อมูล ความรู้ และเข้าถึงบริการสาธารณะ  เช่น อินเทอร์เน็ตความเร็วสูง, โทรศัพท์เคลื่อนที่ 3G/4G/LTE, ประชุมทางไกลแบบเห็นหน้า, ทีวีดิจิทัล, การรักษาทางไกล, การเรียนทางไกล ฯลฯ เหล่านี้ เป็นส่วนหนึ่ง ที่จะได้ประโยชน์จากการรับ-ส่ง ข้อมูล ความรู้ และเข้าถึงบริการสาธารณะผ่านโครงข่ายสื่อสารความเร็วสูง และนโยบาย Lifelong Learning ส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต เพื่อให้เกิดการพัฒนาตนเองไม่ว่าจะเป็นเด็กก่อนวัยเรียน เด็กและเยาวชนวัยเรียนที่อยู่ทั้งในและนอกระบบการศึกษาสามัญ ผู้ใหญ่ในวัยทำงาน ผู้สูงอายุและผู้ด้อยโอกาสทุกประเภท ซึ่ง ทีโอที มีแผนงานดําเนินการทั้งในส่วน Hard Infrastructure และ Digital Society ในการยกระดับเพิ่มคุณภาพชีวิตคนไทย คุณภาพสังคม เพื่อตอบโจทย์ของประเทศไปสู่ Digital Economy ภายใต้แนวคิด Digital Good Life สําหรับแผนงานสําคัญคือการพัฒนาระบบ สาย/ไร้สาย เครือข่าย หรือ Hard Infrastructure ซึ่งเป็น 1 ใน 5 โครงสร้างพื้นฐานสําคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัล โดย ทีโอที จะทําหน้าที่เป็นผู้ให้บริการโครงข่ายทางด้านการสื่อสารที่มีความเสถียร ความรวดเร็ว และราคาที่เหมาะสม ประกอบด้วย 
 

1. โครงการสายเคเบิลใต้น้ำระหว่างประเทศ โดยเริ่มดําเนินการเส้นทางแรกคือสาย AAE-1 (Asia-Africa-Europe-1) เพื่อรองรับอินเทอร์เน็ตระหว่างประเทศ (International Internet Gateway) เมื่อโครงการนี้แล้วเสร็จ จะช่วยลดค่าใช้จ่ายในเรื่องของอินเทอร์เน็ตระหว่างประเทศลงถึง 2 ใน 3 ของราคาปัจจุบัน ส่งผลให้ประเทศไทย มีเส้นทางเชื่อมโยงอินเทอร์เน็ตต่างประเทศที่มีขนาดใหญ่ทั้งเส้นทางหลักและเส้นทางสํารอง ส่งผลดีในด้านความมั่นคงของชาติและด้านการเงิน การคลัง นอกจากนี้ ทีโอที มีศูนย์บริการข้อมูลอินเทอร์เน็ต (IDC) และศูนย์แลกเปลี่ยนข้อมูลอินเทอร์เน็ต (Internet Gateway) ในการดูแลและให้ความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐอย่างเต็มที่

2. โครงการบรอดแบนด์ความเร็วสูง 2 ล้านพอร์ต ซึ่งสามารถสนับสนุนแผนให้บริการบรอดแบนด์อินเทอร์เน็ตเข้าถึงโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตําบล โรงเรียน และ อบต. ทั่วประเทศ และแผนงานให้บริการ 100 Mbps ผ่านเคเบิลใยแก้วนําแสงในเมืองศูนย์กลางเศรษฐกิจสําคัญของประเทศ และเป็นการขยายโอกาสของ การเข้าถึงอินเทอร์เน็ตของประชากรของประเทศไทย 

3.   แผนขยายความเร็วอินเทอร์เน็ตเชื่อมต่อเขตชายแดน เพื่อส่งเสริมเขตเศรษฐกิจพิเศษ จัดตั้งใหม่ 6 จังหวัดพื้นที่ชายแดน ได้แก่ 1) พื้นที่ จ.ตาก ใน อ.แม่สอด, อ.พบพระ และ อ.แม่ระมาด 2) พื้นที่ จ.มุกดาหาร ใน อ.เมือง, อ.หว้านใหญ่ และ อ.ดอนตาล 3) พื้นที่ จ.สระแก้ว ใน อ.อรัญประเทศ และ อ.วัฒนานคร 4) พื้นที่ จ.ตราด ใน อ.คลองใหญ่ 5) พื้นที่ จ.สงขลา ใน อ.สะเดา และ 6) พื้นที่ จ.หนองคาย

 
 
สําหรับการส่งเสริม Digital Commerce เพื่อรองรับแผนยุทธศาสตร์ Digital Economy พร้อมร่วมมือกันระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง ในการส่งเสริมธุรกิจ SMEs และธุรกิจเกิดใหม่ และการส่งเสริมสนับสนุน Lifelong Learning สําหรับเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัล ในส่วนของ Digital Society ทีโอที มีแผนงานให้บริการบรอดแบนด์อินเทอร์เน็ตสําหรับโครงการนําร่องห้องเรียนอัจฉริยะ แผนงานให้บริการอินเทอร์เน็ตโรงเรียนชายขอบที่มีความเร็วอินเทอร์เน็ต > 2 Mbps และแผนงาน Tele-medicine เพื่อให้บริการรักษาด้านสุขภาพทางไกลออนไลน์ รวมถึง โครงการ TOT Young Club (TYC) เพื่อส่งเสริมการใช้ดิจิทัลให้กับเยาวชนได้นําอินเทอร์เน็ต มาพัฒนาชุมชนและสังคมทั่วประเทศ
 
ทีโอที มุ่งมั่นที่จะสร้างความเชื่อมั่นและขับเคลื่อนการทำงานภายใต้นโยบายดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ที่เอื้อต่อการพัฒนาธุรกิจการสื่อสารของประเทศไทยในอนาคต ภายใต้กรอบการขับเคลื่อนดังกล่าว ภาคเอกชนจะเป็นผู้นำการพัฒนาด้านเศรษฐกิจและสังคม รัฐเป็นผู้อำนวยความสะดวกและส่งเสริมสนับสนุน เพื่อร่วมกันผลักดันการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและเอื้อให้เกิดการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ในทุกกิจกรรมทางเศรฐกิจและสังคม (Digital Economy) เพื่อส่งเสริมกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจในระยะยาวของประเทศต่อไป
 
 
 
 
ข้อมูลจาก เว็บไซต์กระทรวงไอซีที
เว็บไซต์ ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
การแบ่งปันคืนความสุขให้เราเสมอ แชร์หน้านี้ให้เพื่อน
จำนวนผู้เข้าชม : 3906
Digital Economy