Instagram

พิพิธภัณฑ์ ทีโอที

โดย Souwanee Savetpong | 14 ตุลาคม 2558 | พิพิธภัณฑ์ ทีโอที

พ.ศ.๒๔๑๙
แกรแฮม เบลล์  (Alexander Graham Bell) 
ชาวอเมริกันประดิษฐ์โทรศัพท์ขึ้นใช้งาน
เป็นครั้งแรกซึ่งตรงกับรัชสมัยของ
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕
แห่งกรุงรัตนโกสินทร์(พ.ศ. ๒๔๑๑ – ๒๔๕๓)
 


 

พ.ศ. ๒๔๒๔
ภายในระยะเวลา ๕ ปี หลังจากโทรศัพท์ได้รับการประดิษฐ์ขึ้นโทรศัพท์ได้ถูกนำมาใช้งานเป็นครั้งแรกในประเทศไทย ตรงกับรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว 
รัชกาลที่ ๕ 
พ.ศ. ๒๔๒๙
กรมโทรเลข ได้เปิดบริการโทรศัพท์แก่ประชาชนทั่วไปในเขตกรุงเทพฯ และธนบุรี มีผู้เช่าประมาณ ๖๐ รายเครื่องโทรศัพท์ที่นำมาให้บริการในยุคนั้นคือเครื่องโทรศัพท์ระบบแม็คนิโต (MagnetoSystem)

 

พ.ศ. ๒๔๕๐
ครื่องโทรศัพท์ระบบแม็คนิโต มีการใช้งานในเมืองไทยเป็นเวลานานกว่า ๒๐ปีจนในปี พ.ศ. ๒๔๕๐
(รัชกาลที่ ๖: ๒๔๕๓ - ๒๔๖๘) 

  

พ.ศ. ๒๔๘๐
ขณะดำรงตำแหน่งเสนาบดีกระทรวงพาณิชย์และคมนาคมอีกทั้งพระองค์ได้ส่งข้าราชการ กรมไปรษณีย์โทรเลขไปศึกษาด้านนี้ในต่างประเทศหลายท่านภายหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ. ๒๔๗๕ 

 

พระราชประวัติพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าบุรฉัตรไชยากร กรมพระกำแพงเพชรอัครโยธิน

ทรงประสูติ เมื่อวันจันทร์ที่ ๒๓ มกราคม พ.ศ. ๒๔๒๔ เป็นพระโอรสองค์ที่ ๓๕ 
ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว กับเจ้าจอมมารดาวาด
(สกุลเดิม "กัลยาณมิตร") พระนามเดิม พระองค์เจ้าบุรฉัตร ไชยากร 
ขณะทรงพระเยาว์เริ่มศึกษาที่โรงเรียนพระตำหนักสวนกุหลาบ

_______________________________________________________________________________________

พ.ศ. ๒๔๓๗: เสด็จไปทรงศึกษาต่อด้านโยธาธิการที่ โรงเรียนแฮร์โรว์ ประเทศอังกฤษ
และทรงศึกษาต่อวิชาวิศวกรรมที่ ตรินีตี้คอลเลจ มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ 
และวิชาทหารช่างที่ แชทแฮมจากนั้นเสด็จศึกษาเพิ่มเติมในประเทศฝรั่งเศส 
ทรงศึกษาการทำทำนบและขุดคลองในประเทศเนเธอร์แลนด์และเสด็จกลับมาทรงงานและ
ศึกษาต่อที่ประเทศอังกฤษจนได้เป็นสมาชิก M.I.C.E. (Member of the Institution of Civil Engineer) (เทียบเท่า วิศวกรรมสถาน)

_______________________________________________________________________________________

พ.ศ. ๒๔๔๗: ทรงเสด็จกลับประเทศไทย ทรงรับราชการทหาร ในตำแหน่งนายร้อยตรีกองทหารอินยิเนียร์ 
(ภายหลังเปลี่ยนชื่อเป็น เหล่าทหารช่าง) กรมยุทธนาธิการทหารบก

(ขณะดำรงพระยศเป็นกรมขุมกำแพงเพ็ชรอัครโยธิน)

พ.ศ. ๒๔๕๑: ทรงดำรงตำแหน่งจเรทหารช่างพระองค์แรก และทรงดำรงตำแหน่งนี้เป็นระยะเวลา ๑๗ ปี 
ทรงนำความรู้ในวิชาการทหารแผนใหม่ตามแบบอย่างประเทศตะวันตกมาปรับปรุงกิจการทหารช่าง
จนได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้วางรากฐานกิจการทหารช่างแผนใหม่ และกองทัพ

_______________________________________________________________________________________

พ.ศ. ๒๔๕๓: พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ 
ให้ พระองค์เจ้าบุรฉัตรไชยากร รักษาการตำแหน่งเจ้ากรมรถไฟสายเหนือ  
จากก่อนหน้านี้การดำเนินกิจการรถไฟในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวนั้น 
ทรงให้ชาวต่างประเทศเป็นผู้ควบคุมการบริหารกิจการทั้งหมด  โดยมีโรงงานมักกะสัน เป็นฐานกำลังในการพัฒนารถไฟไทย
ที่เปิดทำงานซ่อมบูรณะรถไฟได้ในนี้ ด้วยค่าก่อร้างทั้งสิ้น ๑๐๔,๗๓๒ บาท

_______________________________________________________________________________________

พ.ศ. ๒๔๕๔: วันที่ ๒๔ พ.ย. เปิดเดินรถไฟสายใต้ได้ถึงหัวหินและการก่อสร้างทางรถไฟรุดลงใต้อย่างรวดเร็วไม่
ยิ่งย่อนกว่าทางสายอื่นเพื่อกระจายความเจริญไปสู่ทุกถิ่นในราชอาณาจักร

_______________________________________________________________________________________

พ.ศ. ๒๔๕๙: วันที่ ๒๕ มิ.ย. พระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงเปิดสถานีรถไฟหัวลำโพงและ
ย่านหน้าสถานีหัวลำโพงใหม่ซึ่งเสร็จพร้อมกัน  ที่หน้าสถานีมีสวนและน้ำพุเพื่ออุทิศส่วนกุศลถวายแด่พระปิยมหาราช

_______________________________________________________________________________________

(ภาพฝีพระหัตถ์ โดยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ล้อเลียนพระเจ้าบรมวงศ์เธอ 
พระองค์เจ้าบุรฉัตรไชยากร ขณะเป็นกรมขุนกำแพงเพ็ชรอัครโยธิน ดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการกรมรถไฟหลวง)

พ.ศ. ๒๔๖๐: วันที่ ๕ มิ.ย. ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้รวมกรมรถไฟสายเหนือกับสายใต้เข้าเป็นกรมเดียวกัน 
เรียกว่า "กรมรถไฟหลวง" และให้พระเจ้าน้องยาเธอ พระองค์เจ้าบุรฉัตรไชยากร กรมขุนกำแพงเพ็ชรอัครโยธิน
ดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการกรมรถไฟหลวง และทรงบุกเบิกพัฒนากิจการต่าง ๆ ของกรมรถไฟหลวง ขยายเส้นทางเดินรถไฟ
สายเหนือและสายใต้เข้าด้วยกัน, สายตะวันออกเฉียงเหนือทรงสร้างทางรถไฟจากนครราชสีมาถึงอุบลราชธานี, 
สายตะวันออกจากฉะเชิงเทราถึงอรัญประเทศ, ทรงนำรถจักรดีเซลเข้ามาใช้เป็นประเทศแรกในทวีปเอเชีย

พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ยุบรวมกรมทางไปขึ้นกับกรมรถไฟหลวงโดยให้
พระเจ้าน้องยาเธอ พระองค์เจ้าบุรฉัตรไชยากร กรมขุนกำแพงเพ็ชรอัครโยธิน ทรงรับผิดชอบงานสร้างถนนและสะพานทั่วประเทศ
เช่น สะพานกษัตริย์ศึก เป็นสะพานลอยข้ามทางรถไฟแห่งแรก และสะพานรัษฎาภิเศก จังหวัดลำปาง, สะพานพุทธ, สะพานพระราม ๖

_______________________________________________________________________________________

พ.ศ. ๒๔๖๔: ครั้งทรงดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการกรมรถไฟหลวง ได้ทรงริเริ่มนำเอาเครื่องเจาะมาทำการเจาะสำรวจหาน้ำมันดิบใน
บริเวณที่มีผู้พบน้ำมันดิบไหลขึ้นมาบนผิวดินที่บ่อหลวง อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ ทรงว่าจ้างนักธรณีวิทยาชาวอเมริกันเข้ามาสำรวจทางธรณีวิทยา
เพื่อค้นหาน้ำมันดิบและถ่านหินในประเทศไทย

_______________________________________________________________________________________

พ.ศ. ๒๔๖๘: ๒๕ พฤศจิกายน พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๖ ทรงเสด็จสวรรคต

_______________________________________________________________________________________

พ.ศ. ๒๔๗๐: พระองค์ก็ได้รับแต่งตั้งเป็นเสนาบดีกระทรวงพานิชและคมนาคมและในสมัยรัชกาลที่ ๗

เมื่อครั้งเป็นนายทหารช่าง ทรงสนพระทัยงานด้านวิทยุ อันเป็นวิวัฒนาการใหม่ของโลกในยุคนั้นอย่างจริงจัง
ทรงซื้อเครื่องส่งวิทยุโทรศัพท์ขนาดเล็ก มาทดลองส่งวิทยุกระจายเสียง  โดยติดตั้งเสาอากาศบนหลังคาวังบ้านดอกไม้ 
และใช้ห้องบนพระตำหนักเป็นห้องส่ง ทรงค้นคว้าส่วนพระองค์ โดยทดลองส่งเสียงพูดกับเสียงดนตรีด้วยเครื่องส่งโทรศัพท์ 
ใช้สถานีฯ ว่า "HS 1 PJ" ((อักษร HS ที่ใช้เป็นสัญญาณเรียกขานนั้น สหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศหรือ
ITU: International Telecommunication Union เป็นผู้กำหนดไว้ในกฎวิทยุสากล ให้ใช้เรียกชื่อประเทศไทย 
และ PJ ย่อมาจาก "บุรฉัตรไชยากร" อันเป็นพระนามเดิมของสมเด็จกรมพระกำแพงเพ็ชรอัครโยธิน)
เป็นการริเริ่มให้มีการส่งวิทยุกระจายเสียงขึ้นในประเทศไทย

(วังบ้านดอกไม้)

_______________________________________________________________________________________

(พระตำหนักที่ทรงใช้ทดลองส่งกระจายเสียง)

พ.ศ. ๒๔๗๑: ทรงให้กรมไปรษณีย์โทรเลขศึกษาถึงลักษณะของวิทยุกระจายเสียงและทดลองรูปแบบที่สมควรจัดตั้งในสยาม
โดยได้สั่งเครื่องส่งวิทยุกระจายเสียงกำลังส่ง ๒๐๐ วัตต์ ขนาดความยาวคลื่น ๓๖.๔๒ เมตร ซึ่งเป็นคลื่นสั้นเข้ามา ๑ เครื่อง
ทำการทดลองที่กรมไปรษณีย์โทรเลขที่ปากคลองโอ่งอ่าง และเริ่มส่งวิทยุกระจายเสียงอย่างจริงจังเมื่อวันที่ ๓๑ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๗๑
ใช้สัญญาณเรียกงานประจำสถานีวิทยุแห่งนี้ว่า "4 พีเจ"

จากนั้นกองช่างวิทยุกรมไปรษณีย์ไทรเลขได้ย้ายสถานีจากปากคลองโอ่งอ่าง ไปตั้งที่ศาลาแดงใช้สัญญาณเรียกว่า " 2 พีเจ"
ช่างวิทยุไทยจึงได้ประกอบเครื่องส่งวิทยุใช้เองอีก ๑ เครื่อง ส่งกระจายเสียงโดยใช้สัญญาณเรียกขานว่า " 11 พีเจ " (อ่านว่า หนึ่ง หนึ่ง พีเจ )

(ขณะทรงทดลองส่งกระจายเสียงบนพระตำหนัก)